Lasik 3 : ขึ้นเขียง

posted on 11 Jun 2012 10:04 by ukaito in ETC, Lasik directory Knowledge, Diary
                       วันศุกร์นั่งทำงานแบบอู้ๆ  รอเที่ยงกินข้าวเสร็จแล้วลางานไปหาหมอ  ในใจคิดแต่ว่าเสียเวลาลางานเปล่าๆแหง   เพราะหลังๆมานี้ยิ่งหยอดตายิ่งเคืองตา สงสัยตาเราจะแห้งขึ้น  แต่ก็อยากทำ  เที่ยงครึ่งหยอดครั้งสุดท้าย แล้วก็ไปหาหมอ  ตรวจความดันตา วัดสายตาคร่าวๆ แล้วก็วัดปริมาณน้ำตา ถามพยาบาลดีขึ้นไหม  พยาบาลบอกดีขึ้นค่ะ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์น้อย รอคุยกับคุณหมอนะคะ  เฮ้ออ ไม่ได้ทำแหงชั้น  แล้วก็ต่อด้วยวัดรูปร่างกระจกตา ไอ้แสงสีฟ้าๆอีกแล้ว เดินเข้าไปก็แอบบ่นไอ้นี่อีกแล้วหรอ  หมอบอกวัดแสงกระจายยากกว่า เราก็บอกไม่จริงอ่ะ คราวที่แล้วเปนสิบเที่ยว แต่คุณหมอท่านนี้แนะนำดีมาก บอกให้มองไปในฟ้าเลยจะมีวงกลมดำๆก็มองอันนั้นแหละ ทีนี้พอมีจุดให้จ้องก็เลยผ่านมาอย่างง่ายดาย สุดยอดอะ  หมอก็บอกว่าวันนี้ดีขึ้นนะ ดูจากประวัติคราวที่แล้วรูปกระจกตาแบบไม่น่าทำเลสิคอ่ะ
                       เสร็จปุ๊บ พยาบาลก็เอาเอกสารมาให้เซ็น งง นี่ทำได้แล้วหรอคะ  พยาบาลไม่ตอบอะไร เอ หรือให้เราเซ็นๆไปก่อน? ก็เซ็นเอกสารผ่าตัดกับตรวจHIV แล้วเดินไปตรวจเลือด เป็นชุดตรวจง่ายๆ หยดเลือด หยอดน้ำตา รอดูขีดเลือดว่าจะไปถึงไหน  ถ้าผลออกมาว่าเป็นหรือไม่มีค่า จะถูกส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อความแน่ใจและถูกต้อง  ตรวจเสร็จ เดินกลับมา พยาบาลบอก เชิญชำระเงินด้านนี้เลยนะคะ เสร็จแล้วรับยาถือเข้าห้องผ่าตัดเลยนะ อย่ามเข้าห้องน้ำก่อนด้วยนะคะ งง เอ๋อแดรกก เอ่อ นี่สรุปว่าทำได้หรอคะ  ใช่ค่ะ คุณหมอดูผลเรียบร้อยแล้วค่ะ อย่าลืมถือยาเข้าห้องนะคะ มีต้องใช้ในห้องผ่าตัดด้วยค่ะ =[]=   เดินไปเรียกหม่อมแม่  แม่ๆเค้าให้จ่ายตังค์ก่อนทำ  ไปยืนหน้าเคาท์เตอร์ ช็อกอีกครั้ง ยอดรวม 53xxx ค่ะ เฮ้ย ไหนว่าโปร 39500 ไงวะคะ แม่มองหน้าเลย เลยบอกเออจ่ายให้ก่อนเดี๋ยวผ่อนคืน
                        รูดบัตรเสร็จรีบเอาใบเสร็จมาดู นี่ตรูไม่ได้ทำเลสิคหรอ  อ้าวก็เลสิคนี่หว่า ค่าผ่าตัด 39500  แต่....มีค่าแพทย์อีก 11xxx  ที่เหลือเป็นค่ายากับน้ำตาเทียม  แอบงอนเล็กๆ เวลาโทรมาถามก็ไม่เห็นบอกว่ามีค่าหมอ  หาข้อมูลในเน็ตก็ไม่เห็นมีใครบอก  หรือเพราะชั้นติดต่อเลือกหมอ?? ก็ไม่น่าใช่เห็นใครๆก็เลือกกัน  ทำไมไม่มีใครบอกเลยว้าาาา  ดีนะที่เราประมาณค่าผ่าไว้ที่ห้าหมื่นอยู่แล้ว เลยไม่หัวใจวายตายไปก่อน แค่เซ็งเล็กๆเฉยๆ  เสร็จแล้วก็รับยา ได้ว้อยเชอร์ซืื้อแว่นมูลค่า 3000  เอ่อ...เราไปถอยแว่นแวนมาแล้วอ่ะ รู้งี้รอใช้ดีกว่า เซ็งอีกหนึ่งที เดินเข้าห้องผ่าตัด  ณ จุดๆนี้ ก็ร่ำลาเซย์กู้ดบายกับน้องแว่นตาเพื่อนสนิทที่คบกันมายาวนานถึงสิบกว่าปี
Edit: ผู้ช่วยคุณหมอผู้น่ารักมาอธิบายตรงคอมเม้นละนะคะ สรุปว่าตาเราปกติไม่พอ 5555  ในใบเสร็จมันแยกง่ะ=3= หน้าแหกเลย   แต่ก็ขอเน้นให้เตรียมใจตั้งรับอยู่ดีนะคะ เพราะราคาแปรผันไปตามเทคโนโลยีที่ใช้อ่า
                       เข้าห้องเปลี่ยนใส่เท้าแตะ  ใส่เสื้อคลุมคนไข้(ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อย)  จากนั้นไปล้างหน้า(จะมียาล้างเหน้าเตรียมให้ เหมือนยาล้างหน้าที่ได้จากหมอโรคผิวหนังเวลาสิวเห่อๆ(คนที่ไปหาหมอรพ.น่าจะเคยใช้ แต่ถ้าตามคลีนิคนี่ไม่แน่ใจว่าเหมือนมั้ย)  ล้างเสร็จก็ขึ้นเก้าอี้โซฟา พยาบาลจะเอายาแก้ปวด 2 เม็ด กับยาคลายเครียด 1 เม็ด(ก็ยากล่อมประสาทให้นอนหลับอ่ะ นึกออกมะ?) มาให้ทาน  จากนั้นก็หยอดยาชา ซ้ำไปซ้ำมาทุกๆ 10 นาทีได้มั้ง น่าจะ 4 ครั้ง พยาบาลจะมาอธิบายวิธีปฏิบัติตัวตอนผ่าตัด คือ..ตอนเดินเข้าห้องตื่นเต้นมากไง นอนหยอดยากับกินยาคลายเครียดเข้าไปหายแล้วไง  พอเดินมาพูดเป็นฉากๆอีก ป๊อดอีกแล้วไง  จะบอกหนูทำม๊ายย ไม่อยากรู้ได้ไหม  เสร็จแล้วพยาบาลจะหยอดยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดรอบดวงตา ถึงตอนนี้หน้าเอามือแตะหน้าแล้วนะจ๊ะ  ซักพักก็เดินขึ้นเขียงจ้ะ
                       จะเป็นอีกห้องนึง แอร์หนาวมวากกก  เตียงนอนแบนราบ  นอนเอาหัววางตรงหลุมหมอนอ่ะ พยาบาลจะเอาลูกยางๆมาให้ถือข้างละอัน บอกเผื่อตื่นเต้น เหออ แล้วก็นอนหลับตา เตียงก็จะหมุนไปใต้เครื่อง ทีนี้เจอไฟที่มีไฟเขียวตรงกลาง พยาบาลก็จะบอกเดี๋ยวต้องมองตรงนี้นะ  เริ่มประสาทแดร๊กอีกแล้วค้าบบ  แอบลืมตามาลองมองนิ่งๆนานๆดูว่าจะทำได้ไหม  คุณหมอที่คุมเครื่องเลยบอกให้หลับตาไปก่อนเดี๋ยวตาแห้งนะ วุ้ย ก็กลัวทำไม่ได้อ่ะ เลยถามว่ามีใครมองนิ่งๆไม่ได้มั้ย หมอบอกส่วนใหญ่จะได้ น้อยมากที่จะทำไม่ได้ ไอ้เราก็ไม่กล้าถามต่อ  นอนรอหมอตุลเข้าห้อง  พอหมอตุลมาก็จะอธิบายว่าจะยังงี้ๆนะ  สำคัญมากคือห้ามบีบตา โอเค ไม่หยีตา พยักหน้าหงึกๆ (ในใจตื่นเต้นมวาก)
                        หมอเริ่มด้วยการเอาสติกเกอร์ใส่มาแปะเปลือกตาบน แล้วจะใส่ที่ถ่างตา แล้วหมอก็ดุ เนี่ยอีกแล้ว หมอใส่เครื่องมือไม่ได้ ห้ามทำแบบนี้นะเข้าใจมั้ย อันตราย ทำได้หรือเปล่า  ตอนนั้นใจเสียแล้วอ่ะ พยายามทำใจสู้ ทำใจสบายๆ พูดเล่นไปว่า ได้ค่ะ ก็ยังไงก็เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วนี่นา  เท่านั้นแหละ หมอตุลเข้าโหมดดุทันที ทันนะ  ไม่ทำก็ได้ บอกมาเลย ยกเลิกได้เพราะนี่ยังไม่เริ่ม  เราก็หน้าเสียใจเสียหนักไปอีก หมอไม่เข้าใจว่าหนูพูดเล่นอ่าา เลยบอกไปว่าไม่เป็นไรค่ะ ทำต่อเลย  หมอก็ดุอีกไม่เป็นไรไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ พี่ซีเรียส พี่ต้องผ่าตาน้องนะ แล้วถ้าน้องบอกไม่เป็นไรแล้วทำแบบนี้แล้วเป็นไรขึ้นมาจะทำยังไง อะไรอีกไม่รู้จำไม่ได้แล้ว ช็อคอยู่ 555  แล้วก็ถามสรุปทำได้มั้ย ค่ะ อ่ะงั้นฝึกเลยนะ ตั้งแต่ตอนนี้เลย ไม่ว่าอะไรจะเข้าตาก็ห้ามบีบตา แลวหมอก็เอายามาหยอด แล้วเราก็โดนดุ ถึงจุดนี้ เราเพิ่่งเข้าใจว่า บีบตา=ขมวดคิ้ว ด้วย โอ้ย ห้ามยากอ่ะ แต่ก็พยายามสุดๆเท่าที่ทำได้
                       เริ่มจริงๆจังๆละ เริ่มจากตาซ้าย เอาสติกเกอร์แปะเปลือกตาบน(เพื่อไรไม่รู้แฮะ) แล้วก็ใส่เครื่องมือถ่างตา แล้วหมอก็เอาแผ่นสำลีมาปิดตาอีกข้างจะได้ไม่ตาแห้ง เปิดเครื่องเปิดกระจกตาให้ฟังเสียงแล้วบอกว่าตอนเครื่องทำงานอาจจะรู้สึกเหมือนตาโดนเครื่องดูดอะไรงี้จะได้ไม่ตกใจ แล้วก็พ่นน้ำตาเทียม หยอดยาช้า ทำความสะอาดตา(มั้ง)อะไรไม่รู้มากมาย  แล้วก็เอาอะไรซักอย่างมาครอบลูกตา เราก็จองไฟเขียวไปเรื่อยๆ เสียง วี้ๆๆๆๆก็มา อ่อ...ไอ้นี่ที่แยกชั้นกระจกตานี่เอง พอเครื่องทำงาน ภาพตรงหน้าจะค่อยๆหายไป เหมือนเวลาดูสุริยคราวแต่ภาพทีเราเห็นคือดวงอาทิตย์ ค่อยๆโดนบัง แสงสว่างน้อยลงเรื่อยๆจนเหมือนตาบอด ไม่รู้เลยว่าลืมตาหรือหลับตาอยู่  นี่ชั้นกลอกตาหรือเปล่านะ  มองตรงหรือเปล่า  สารพัดความคิดเทโครมๆๆเข้ามาทีเดียว  ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังมาก จังหวะนั้นได้ยินเสียงหมอเสียงพยาบาลแต่ไม่รับรู้อะไรเลยว่าพูดอะไร พอหมอเอาเครื่องแยกชั้นออกจากตาก็กลับมามองเห็นเหมือนเดิม(เดาเอาเองว่าเครื่องมือมันคงจะบังเลยไม่เห็นอะไร)
                       หมอจะเอาเครื่องมือค่อยๆเขี่ยกระจกตาเราให้เปิด เสร็จแล้วก็จะดึงไอ้เครื่องเลเซอร์ลงมาเหนือหัวเรา แอบเห็นมีอยู่ 3 สุดใหญ่ๆ เดาเอาว่าเลเซอร์จาก3ชุด มารวมตรงกลางแล้วยิงเข้าตาเรามั้ง พอเครื่องเริ่มทำไง เราจะเห็นแสงสีแดงเป็นจุดๆๆ โดยจุดตรงกลางใหญ่สุด จุดอื่นรอบๆจะเล็กกว่า คล้ายๆดอกไม้ไฟอ่ะ  ช่วงนี้คล้ายๆจับโฟกัสสายตาเรา พอโอเคก็เดินเครื่อง คุณหมอที่คุมเครื่องก็จะนับ 10เปอร์เซ็น.....20....30  ไปเรื่อยๆ ภาพที่เห็นจากสีแดง พื้นดำ  สีค่อยๆหายไป เฟดลงไปเรื่อยๆ จนเป็นเทาดำ ซึ่งก็คือคุณหมอนับจน90.......เรียบร้อย พอครบ100ก็กลับมาเป็นสีแดง แล้วคุณหมอก็ยกเครื่องออก  ตอนนี้ยังมองเห็นแบบเบลอๆ  คุณหมอตุลก็เขี่ยกระจกตาปิดกลับมา พอปิดเท่านั้นแหละ เฮ้ยย ชัดว่ะค่ะ  ถึงจะเหมือนมืองผ่านคลื่นใต้น้ำก็เหอะ คุณหมอก็จะค่อยๆเขี่ยจนหายเป็นคลื่น แล้วเอาสำลี(มั้ง) มาลูบๆให้เรียบ เอาที่ถ่างออก หลับตาลงเบาๆ เสร็จ1ข้าง วู้ววว
                       อีกข้างก็เหมือนกัน แต่ไม่รู้ทำไม ข้างขวามีความรู้สึกกว่าข้างซ้าย ถึงจะทำทีหลังแต่ก็หยอดยาชาเพิ่มนะ ตั้งสองที  คราวนี้ช่วงที่มองไม่เห็นไม่คิดอะไแล้ว หายกลัวหายตื่นเต้นแล้ว  นอนฟังเสียงหัวใจตัวเอง ดังมากพอเริ่มมองไม่เห็น  แล้วก็เต้นช้าลงๆ ยิ่งมองไม่เห็นยิ่งช้าลง  ได้ยินเสียงพยาบาลบอกว่านิ่งไว้นะคะ มองตรงอย่ากระพริบตา  ก็ยังขำในใจว่า แล้วชั้นจะรู้ได้ไงว่าชั้นมองตรง ในเมื่อลืมตาหรือหลับตาชั้นยังไม่รู้เลยอ่ะ  เอ๊ะ...แล้วจะหลับตาได้ไง ในเมื่อโดยถ่างไว้ เออ ฮาดี  ก็ทำข้างขวาเสร็จไปด้วยดี  ก็เดินหลับมานั่งเก้าอี้โซฟาต่อ ระหว่างเดินก็คิด...ไม่เห็นเหมือนในไฟนอลเดสติเนชั่นเลยแฉะ
                       นอน หยอดยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อ หยอดน้ำตาเทียมอีก 2 ที นอนอยู่รวมๆซัก 15 นาทีได้มั้ง  เข้าไปให้คุณหมอตรวจตา โอเค ตอนนี้flapยังเรียบดี เรียบร้อย คุณหมอถาม ยังบีบตาอีกมั้ย เราก็ตอบไปตามตรงว่าเราชอบขมวดคิ้ว แล้วตอนนั้นมันลืมตาไม่ขึ้นเลยขมวดคิ้ว ตอนนี้ก็พยายามไม่ขมวดอยู่  เลยโดนหมอตุลขู่อีกก่อนกลับ เอาเลยอยากขมวดก็ขมวดเลย(ทำหน้างง) แล้วพรุ่งนี้ก็มาผ่าแก้ใหม่  เหออ เลยบอก ไม่เปนไรค่ะ เกรงใจ  แล้วก็ออกมานอนโซฟา หยอดน้ำตาเทียมอีกที  ครอบตา  เอาเฉพาะยากินกลับบ้าน
 
                       แรกๆยังตื่นอยู่ ก็พยายามนอนหลับตา แต่ก็คิดตลอดมันจะย่นไหมๆ ไปๆมาๆหลับจนถึงบ้านเลย(ก็กินยานอนหลับไปก่อนผ่านี่นา)  ถึงบ้านซัดยาแก้ปวดไปอีก 2 เม็ด เพราะเริ่มๆเปิดตา แล้วก็เริ่มเคืองตาเหมือนมีอะไรอยู่ในตา  แล้วขึ้นห้องเปิดแอร์นอน คิดโน่นนี่ๆแล้วก็หลับ (จะโทรศัพท์ยังไม่กล้าเลย หมองดใช้สายตา ไม่ว่าจะดูทีวี อ่านหนังสือ คอมพิวเตอร์) ตื่นมาอีกทีทุ่มกว่า ทานข้าว อาบน้ำ เริ่มเคืองตาจริงจัง  รู้สึกเหมือนใส่คอนแทกเลนส์กลับด้าน  แบบรำคาญเคืองๆเป็นวงๆ(น่าจะตรงขอบแผลที่เปิดกระจก) ตอนแรกว่าจะไม่กินยานอนหลับ  แต่นอนไปนอนมา นอนยังไงก็ไม่หลับ ฟุ้งซ่านตลอด เคืองด้วยเลยยิ่งกลัวเผลอที่flapย่น ก็เลยเดินไปกินยานอนหลับ(ก็ได้ ชิ) นอนฟุ้งซ่านอยู่พักใหญ่ ก็หลับไปไม่รู้ตัว
                       ตื่นมาอีกที หกโมงเช้า อาการเคืองตา ปวดตา เหมือนมีอะไรเข้าตา หายไปจนหมด พยายามนอนต่อก็ไม่หลับ  ยานอนหลับก็ไม่อยากกิน เพราะเดี๋ยวจะไม่ตื่น หรือถ้าตื่นก็กลัวจะง่วงไปทั้งวัน  เลยเริ่มจากแอบส่งเมสเสจ นอนกลิ้งๆๆพักนึง  แอบอัพรูปตอนครอบตาขึ้นเฟสแล้วก็ปิด นอนกลิ้งๆๆๆ   ลุกมาแกะห่อพัสดุ  จัดหนังสือแต่ทำได้ไม่นานเพราะต้องเหลือบตาอ่านผ่านรูที่ครอบทำให้ปวดตา ก็เลยลงไปนอนอีก พอเบื่อก็ลงไปข้างล่างหาขนมกิน เล่นกับแมว  อุ้มแมวมาเล่นในห้อง  นอนขลุกอยู่กับแมวจน10โมง แฟนมาหา(มาพาไปเอาที่ครอบออก)  เลยไปอาบน้ำแต่งตัว ลงมาข้างล่าง  ดูMirror Mirrorแบบเบลอๆผ่านที่ครอบ  เที่ยงออกจากบ้านไปศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ
                       นอนแกะที่ครอบตาออก  พยาบาลก็ช่างน่ารัก  ค่อยๆแกะเทปออกถามว่าเจ็บมั้ย เราก็เลยบอก  พี่ดึงที่เดียวเลยก็ได้ ไม่เจ็บ  สู้มาส์กกระชากสิวไม่ได้เลย  อันนั้นสะใจมาก  พี่เขาก็ขำ  แต่ยังคงค่อยๆแกะต่อไป = ="  แกะเสร็จก็เอาแอลกอฮอล์มาเช็ดรอยกาว  แล้ใช้น้ำเกลือทำความสะอาด เราก็ถามว่าแบบนี้ใช้โฟมล้างหน้าโปะสำลีล้างรอบๆได้ไหม หรือใช้ทิชชู่เปียกดี อ่านในเน็ตมา พี่พยาบาลบอกน่าจะได้นะถ้าไม่เข้าตา ไว้ถามคุณหมออีกที  แต่รอบดวงตาจะมีชุดทำความสะอาดใช้แบบนี้เลย แล้วพี่ก็สอน ต้องเช็ดจากหัวตาไปหางตาเท่านั้น ห้ามวนไปวนมา เช็ดแล้วก็ทิ้งอย่างเสียดาย สะอวดแล้วก็เอาคอตต้อนบัตชุบน้ำเกลือเช็ดพวกขี้ตา คราบน้ำตาและยา ตรงหัวตา หางตา และขอบตาทั้งบนล่าง เบาๆ ย้ำ เบาๆ แล้วก็เอาสำลีเช็ดซับน้ำให้แห้ง เป็นอันเสร็จพิธี  ไปรอพบหมอตุล  ตรวจดูหมอบอกว่าโอเคยังเรียบร้อยดี แต่อาทิตย์นี้ให้ระวังมากๆหน่อยเรื่องflapย่น ก็โอเค ลงไปให้แฟนซื้อแว่นกันแดดเพราะเราถอยมาแล้ว(ด้วยว้อยเชอร์เมื่อวาน) แล้วก็กลับกัน


edit @ 11 Jun 2012 21:30:46 by S3P

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณคุณเจนค่าา  ก็ในใบเสร็จัมนเขียนงั้นอ่าา มันไม่เขียนว่าผ่าตัดหมดเลย
ตอนแรกที่บอก ก็นึกว่าเพราะทำเวฟฟร้อนที่คุณหมอบอก แต่หิบมาดูดันเขียนแบบนั้น  เลยเข้าใจผิดไป  ขอโทษด้วยค่ะ

ที่เขียนละเอียดเพราะว่าตอนหาข้อมูลไม่ค่อยมีใครบอกละเอียดอ่ะค่ะ บอกแต่ขั้นตอนการทำ อ่านกี่อันก็เหมือนกัน
ก็เลยพยายามเขียนละเอียดๆเอาไว้  เผื่อจะมีใครหลเข้ามา confused smile

#3 By S3P on 2012-06-11 15:53

และต้องขอขอบคุณด้วยนะคะ ที่เขียนเล่าประสบการณ์การตรวจและทำเลสิคให้เพื่อนๆได้อ่านกัน  double wink double wink

ขอบอกว่าเขียนละเอียดมากเห็นภาพตามเลยค่ะopen-mounthed smile open-mounthed smile   

#2 By JanE Bydrtulaya (103.7.57.18|124.121.194.66) on 2012-06-11 14:41

สวัสดีค่ะ  การมองเห็นตอนนี้เป็นยังไงบ้างค่ะ ช่วงแรกๆการมองเห็นยังไม่คงที่นะคะ บางวันชัด บางวันไม่ชัดบ้าง อยู่ในช่วงการหายของแผลกระจกตาที่เปิดไป และเป็นอาการตาแห้งด้วย หมั่นหยอดน้ำตาเทียมเยอะๆ กระหน่ำแบบคุณหมอบอกก็ได้ค่ะ  
ส่วนเรื่องราคาที่จ่ายเพิ่มไปเยอะนั้น  ต้องขอโทษด้วยอาจจะเป็นเพราะว่าน้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่า คุณหมอทำแบบไหนให้
จริงค่าแพทย์เนี้ย รวมอยู่ในราคาค่าผ่าตัดอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้มีเก็บเพิ่ม  39,500 เป็นราคาโปรโมชั่นเฉพาะค่าผ่าตัด ยังไม่รวมค่ายาและเวชภัณฑ์  และราคานี้เป็นของรุ่น standard
แต่รุ่นที่ทำไปนั้น คุณหมอทำให้เป็น wavefront + เปิดชั้นกระจกตาด้วย SBK  เพื่อลดการเกิดแสงกระจาย  ส่วนตัว SBK จะเปิดชั้นกระจกตาได้บางและช่วยลดเรื่องผลข้างเคียงเรื่องตาแห้งได้มากกว่าปกติ  ดังนั้นราคามันจึงสูงขึ้นกว่าเดิมขึ้นมาอีกค่ะ  
confused smile confused smile confused smile

#1 By JanE Bydrtulaya (103.7.57.18|115.87.28.228) on 2012-06-11 12:08