Lasik 2 : ตรวจสายตา

posted on 04 Jun 2012 12:16 by ukaito in Lasik directory Knowledge, Diary
                        วันเสาร์พยาบาลโทรมาเลื่อนนัดให้เร็วขึ้นจากเที่ยงครึ่งเป็น9โมงเช้า ดี ชอบเลย เวลานัดบ่านจะเบื่อมาก เพราะเสียเวลาทั้งวัน ก็คนมีนัดบายเช้าทำอะไรก็ไม่สะดวก จะกลายเป็นทั้งเช้ารอเวลานัดตอนบ่าย นัดบ่ายก็เสร็จเย็น หมดไปทั้งวันโดยเปล่าประโยชน์  ไปถึงศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ เกือบๆ9โมง บอกพยาบาลตรงฟ้อน แล้วก็ส่งขึ้นไปชั้นสอง ทำประวัติ แล้วก็รอตรวจตามคิว
                        อันดับแรกตรวจสายตาคร่าวๆ ก็แบบที่มีแผ่นชาร์ตให้อ่าน ปิดตาทีละข้าง พยาบาลบอกให้อ่านไล่มาทีละแถว ก็เลยตอบไปว่า ขอโทษนะคะ เบลอหมดเลยอ่านไม่ได้เลยค่ะ  พยาบาลบอกให้เพ่งหรือเดาๆมาเลยก็ได้ค่ะ อ่ะจัดไปตามนั้น ไม่รู้ถูกไปกี่ตัวบ้าง ข้างขวาอ่านได้2แถวบน  ข้างซ้ายได้ประมาณ4แถว
                        ต่อไปเป็นตรวจวัดความดันลูกตา หงุดหงิดมาก วิธีตรวจคือให้เอาหน้าวางที่แท่น แล้วจ้องไฟไว้ ซักพักเครื่องมันจะพ่นลมใส่ตาเพื่อวัดความดันลูกตา  ให้ตายสิ สะดุ้งทุกทีที่เครื่องพ่นลม วัดอยู่เป็นสิบเที่ยวกว่าจะเสร็จ ก็รีเฟล็กซ์สะดุ้งกระหริบตาทุกที เลยวัดไม่ได้น่ะสิ
                        สุดท้ายสำหรับห้องแรก ก็คือวัดสายตาด้วยเครื่อง  อันนี้ก็เหมือนตามร้านแว่นอ่ะแหละ จ้องบอลลูน เครื่องก็ปรับๆให้ชัด อ่านค่า แล้วก็ปริ้นออกมา
                        ออกมานั่งรอเรียก ไปอีกห้องนึง เครื่องแรกวัดแสงกระจาย  พอมองเข้าจะเป็นรูปเป้ายิงสีขาวพื้นดำ ตอนแรกก็เห็นแค่ดอกจันทร์ปรับไปปรับมาได้รูปเป้ายิงปืน  เสร็จแล้วก็ย้ายไปอีกเครื่อง แอบมองคุณหมอวุ่นวายกับเครื่องแรก ก็พบว่าสงสัยจะงานเข้า ข้างนึงได้คลิ่นวงๆสองวงสวยงาม อีกข้างยังจะโลโก้เป็ปซี่ มีปัญหาแหงๆๆ
                        เครื่องที่สอง เป็นวงกลมดำๆอันใหญ่ๆ ตรงกลางเป็นช่องสี่เหลี่ยมมีไฟสีฟ้า  หน้าที่เราคือมองตรงๆ จะเหม่อจะอะไรก็ได้ มองตรงๆอยาไปมองไฟ ลืมตาโตๆค้างไว้ซัก 3-5 วินาที  พอเครื่องเริ่มไฟสีฟ้าจะติด แล้วแผ่นกลมๆก็จะหมุนๆๆ แล้วำไฟก็จะดับ(ยังต้องมองนิ่งๆค้างอยู่) พอหมอบอกโอเคถึงจะเสร็จ เครื่องนี้ก็ทำหลายหนอยู่ ทั้งขนตาบังจนคุณหมอต้องมาช่วยจับเปลือกตา ทั้งตอนแรกไม่รู้ว่าต้องมองตรง นึกว่าให้มองไฟ555  พอทำเสร็จข้างขวาเฉยๆนะ แสบหน่อย  แต่ข้างซ้ายแสบตามาก แสบตั้งกะไฟกำลังจะดับแล้ว พอเสร็จนี่น้ำตาไหลเลย  เลยถามคุณหมอ ใช้เวลานานอย่างงี้ทุกคนไหม ทำไม่ได้(แบบเรา)ทุกคนรึเปล่า  คุณหมอบอกว่าก็แล้แต่คนบางก็ก็สบายๆ บางคนยิ่งกว่าเราก็มี  แต่คนส่วนมากมักจะเสียน้ำตาให้เครื่องนี้ 5555
                        เสร็จก็ย้ายห้องอีก ไปวัดสายตาแบบละเอียดๆ คราวนี้ไม่ช่ชาร์ตติดผนัง แต่เป็นเปิดจากโปรเจ็คเตอร์ไฮโซ  วัดตาจากเครื่อง(ไม่เหมือนในร้านแว่นนะ)เทียบกับค่าของแว่น คุณหมอบอกก็ใกล้เคียงกันดี โอเคอยู่ ก็จะมีเครื่อง(คล้ายๆแว่นตอนวัดสายตา แต่อันนี้เป็นจานใหญ่ๆติดกับเครื่องวัด ดึงลงมาได้ จะปรับสายตาต้องใส่เลนส์เหมือนเดิม  ส่วนปรับเอียงก็หมุนๆเอา)ก็ดึงลงมา ใช้อ่านค่าที่ชาร์ตก็อ่านได้ไหม อันไหนชัดกว่า อะไรงี้ ตอบไปหมอก็บอกถูกอันนี้ควรชัดกว่า ถูกหมดเลย เลยเพิ่งมารู้ว่าจริงๆแล้วตาข้างนึงเอียง 225 เยอะมาก(สำหรับเรา เราเข้าใจว่าเอียงประมาณ100มาตลอด)  เราก็ตกใจ หมอก็บอกว่าไม่ต้องตกใจ นี่คือค่าที่เราจะมองแล้วชัดสุดๆๆๆๆ  แต่ไม่มีใครเอาไปตัดแว่นกันหรอก มึนหัวตายเลย  ค่านี้ใช้กับเลสิคไม่ใช้กับแว่น  ไม่รู้ว่าเอียงขนาดนี้ก็ไม่แปลก = ="  แล้วก็วัดตาข้างถนัด เอากระดาษเจาะรูตรงกลางยื่นให้สุดแขน เล็งให้โปรเจ็คเตอร์อยู่ตรงกลาง ปิดตาทีละข้าง ข้างซ้ายไม่เห็นกลายเป็นรูไม่ตรงโปรเจ็คเตอร์ ข้างขวาเห็นเหมือนเดิม  แปลว่าข้างขวาเป็นตาถนัดเรา ส่วนข้างซ้ายก็ไว้มองเสริมทำให้เกิดมิติตื้นลึกหนาบาง
                         ห้องถัดไปพยาบาลให้นั่งโซฟาแล้วปรับนอน  เริ่มจากหยอดยาชาทั้งสองข้าง  รอ5นาทีจนชา แล้วเอากระดาษ(เขาเรียกอะไรหว่าที่มันดูดน้ำดี ที่เคยเอาไปทดลองทำเป็นกระดาษลิสมัสตอนเด็กๆอ่ะ จำไม่ได้) เอากระดาษพับปลายมาเกี่ยวเปลือกตาล่าง แล้วหลับตา รอห้านาที เพื่อวัดปริมาณน้ำตา  ของเราได้แค่ 3 พยาบาลพูดเลยน้ำตาน้อยจัง  อีกละ ชั้นจะทำเลสิได้ไหมเนี่ย วิธีอื่นไม่เอานะต้องพักฟื้นนานกว่า แพงกว่าด้วย Innocent
                          เสร็จปุ๊บ ก็หยอดยาขยายม่านตา  หยอดทั้งหมด 4 ครั้ง  แต่ละครั้งห่างกัน 5 นาที  พอหยอดตรบรออีก10นาทีให้ม่านตาขยายเต็มที่ พยาบาลจะส่องไฟเช็ค พอขยายเต็มที่ก็ย้ายไปอีกห้อง ไปหยอดยาชาอีกที เพื่อวัดความหนาของกระจกตา เครื่องมือคล้ายๆเวลาทำฟัน ขูดฟินปูน แต่ตัดตรงปลายแหลมไป เหมือนเครื่องมือทำฟันเวลาไม่มีหัวแต่ละแบบอ่ะ  พอชาก็ต้องเอาไอ้เจ้านี่ มาแตะกระจกตาข้างละ 5 ที เรามีหน้าที่มองตรงๆ พยาบาลก็จะเอามาแตะเบาๆ ไม่เจ็บ ไม่รู้สึกอะไรเลย เคล็ดลับของเครื่องนี้คือ มองเหม่อๆและอย่าไปมองเครื่องมือ จะได้ไม่กระพริบตา  พอวัดเสร็จ  ก็หยอดยาฆ่าเชื้อ
                         ไปรอเข้าห้องวัดสายตาละเอียดอีกที เราเอาหนังสือไปด้วย ไว้อ่านระหว่างรอเรียก ถึงตอนนี้อ่านไม่ได้แล้ว เพราะม่านตาขยาย อ่านแล้วมึน  เลยถอดแว่นเดินซะเลย ทุกอย่างมันเบลออยู่แล้วเลยมึนน้อยลงหน่อย  คุณหมอห้องนี้แซว บอก เอาหนังสือมาเสียเที่ยวเลย เดี๋ยวอ่านไม่ได้ละ  ก็เลยบอกไม่ใช่เดี๋ยวหรอกค่ะ อ่านไม่ได้แล้วอ่ะเนี่ย แล้วทำหน้าเซ็ง  คุณหมอขำ  ก็เหมือนเดิม ดึงไอ้จานๆแว่นลงมา ลองมองเช็คดูอีกที ก็โอเคจบ
                         สุดท้ายคือตรวจประสาทตากับคุณหมอตุลยา  ระหว่างรอก็แว่บไปเข้าห้องน้ำ ส่องกระจก เฮ้ยย ตาดำโตมากอ่ะ ยังกะแมว ถ้าเป็นรูปวงรีนี่ตาแมวชัดๆเลย  เข้าไปเสร็จหมอก็ดูโปรไฟล์ บอกตาแห้งนะ แบบนี้หมอกลัวจะมีปัญหา เดี๋ยวตรวจประสาทตาก่อน  ก็จะเป็นเครื่องทางฝั่งคุณหมอจะเป็นกล้องสองตา มีไฟส่อง มีกระจกสะท้อนไฟมาที่ตาเรา แล้วก็มีเลนส์อีกอันไว้วางใกล้ตาเราข้างที่คุณหมอดู  ดูเสร็จไฟติดตาจนแทบมองอะไรไม่เห็นเลย เราก็แอบบ่น โอ้ย หมอก็ถามแสบตาหรอ เราบอก เปล่าค่ะ ไฟติดตาสองข้างเลย หมอขำ บอกพูดถูกต้องมากเลยคำนี้  
                         หมอก็อธิบายต่อ ว่าตาเราแห้งวัดได้แค่ 3 น้อยกว่าค่าปกติ แถมเราต้องใช้คอมทุกวัน ซึ่งทำให้ตาแห้งอยู่แล้ว  ถ้าจะทำเลสิคตาก็จะแห้งยิ่งขึ้นอีก  เรียกได้ว่าแห้งx3 ซึ่งหมอเป็นห่วง ต้องรักษาเรื่องนี้ก่อน แล้วก็ถามว่ายังไม่ทำวันนี้ใช่ไหม เราก็บอกใช่  หมอก็ถามอีกแล้วตั้งใจจะทำเมื่อไหร่ อีกนานไหม  เราก็บอกไม่นานนะ อยากรีบๆทำก่อนงานจะเยอะ หมอถามไม่ใช่พรุ่งนี้ใช่ไหม เราก็หัวเราะ ไม่ใช่ค่า พรุ่งนี้หนูต้องทำงาน ก็คิดว่าศุกร์หน้า อาทิตย์หน้าอะไรงี้ หมอบอกแล้วไป กลับไปหยอดน้ำตาเทียมนะ หมอขอใช้คำว่า กระหน่ำ  กระหน่ำเลยนะ(พูดไปหมอก็เขียนคำว่ากระหน่ำลงในประวัติเราไปด้วยEmbarassed) ถ้าอยากทำจริงๆ ต้องทำให้ดีขึ้น ถ้าคราวหน้าไม่ดีขึ้นหมอก็ยังไม่ให้ทำนะ  แล้วอีกอย่างนึงตาข้างซ้ายมีแสงกระจาย(หมอวาดรูปให้ดู) ถ้าทำเลสิคอาจจะกระจายขึ้นอีกเป็นแบบนี้(หมอเติมขีดๆแสงกระจาย) ดังนั้นกลับไปสังเกตดู เราก็ถามว่าคราวหน้าวันเสาร์ได้ไหม หมอบอกอย่างเลยเสาร์อาทิตย์มันวุ่นวายมาก แล้วถ้าเลสิคอีกไม่ดีหรอก เราเลยเปลี่ยนเป็นศุกร์เย็น  หมอก็บอกว่าไม่ได้ กว่าจะมา ตาก็ล้าแล้ว ไม่ควรจะทำเลสิค มาบ่ายดีกว่า 
                         สรุปเมื่อวานจ่ายไป 1350 บาท ค่าตรวจ ค่าหมอ ค่าพยาบาล อุปกรณ์ต่างๆ และน้ำตาเทียมอีก 1 กล่อง มาหยอดทุกๆ1ชม. (สงสัยต้องซื้อเพิ่มเองดูวี่แววแล้วไม่น่าจะพอ) แล้วศุกร์หน้าบ่ายลางานครึ่งวันไปหาหมอใหม่  หวังว่าจะได้ทำ เพราะอุส่าลางานทั้งๆที่อยู่ในช่วงทดลองงานเลยนะTongue out  หวังว่าน้ำตาเทียมทุกชม.จะได้ผล

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค่ะ พิมเองนะค่ะ
    ตอนนี้การมองเห็นเป็นยังไงบ้างค่ะ ช่วงแรกของการทำเลสิค คงต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆหน่อยนะค่ะ เพราะผลข้างเคียงเลสิคจะมีเรื่องภาวะตาแห้งค่ะ sad smile
       หลังจากนั้นจะค่อยๆลดลงแล้วกลับเข้าสู่ภาวะปกตินะค่ะ surprised smile

#1 By pim (103.7.57.18|110.168.57.242) on 2012-06-19 14:17